รักนะ แต่ไม่แสดงออก
เมื่อทั้งบ้านต้องเรียนรู้ขอบเขตของสุนัข

🏠ช่วงแรก ความสัมพันธ์ของพี่โอเลี้ยงกับคนในบ้านแบ่งเป็นสามกลุ่มชัดมากค่ะ
ก ลุ่มแรกคือแม่ แม่ทำกับพี่ได้แทบทุกอย่าง ถึงบางครั้งพี่จะมีเสียงฮื่อเวลาที่ไม่โอเค หรือเอาหน้ามากด เอาปากมากด แต่ไม่ได้กัดลงเขี้ยว แล้วแม่ก็เป็นคนดื้อเสียด้วย พี่ฮื่อก็ฮื่อไป แม่ก็ยังทำต่อ 5555
กลุ่มที่สองคือคุณน้ากับคุณยาย เป็นตัวสำรองเวลาแม่ไม่อยู่แล้วพี่อยากได้อะไร พี่จะเดินเข้าไปหา ไปนั่งใกล้ ๆ ขอของกิน หรือขอออกจากตัวบ้านไปสนาม ความสัมพันธ์กลุ่มนี้ดูดีกว่ากลุ่มสุดท้ายหน่อย แต่ก็ยังจับตัวพี่ไม่ได้
ส่วนคุณตาคือเข้าใกล้กันไม่ได้ในระยะหนึ่งเมตร ถ้าจำเป็นต้องอยู่ใกล้ ในมือต้องมีของกิน และถ้าของกินหมดมือ พี่ก็ขู่สถานเดียว
ความสัมพันธ์ของพี่กับคนในบ้านตอนนั้นจึงเป็นแบบ “รักนะ แต่ไม่แสดงออก” 5555
รักกันนะ แต่รักอยู่ห่าง ๆ จับหมับไม่ได้ และทุกคนต้องคอยจำว่าพี่มีขอบเขตของพี่
🐾 ความสัมพันธ์ดูเหมือนค่อย ๆ ดีขึ้น ระยะการเข้าใกล้กันมากขึ้น เสียงขู่น้อยลง และไม่มีเรื่องรุนแรงเกิดขึ้นด้วย แม่ก็ยังคงฝึกพี่อย่างต่อเนื่อง ทั้งใช้วิธีเชิงบวก ใช้ slip lead และเริ่มให้ผลกระทบอย่างถูกต้องตามที่เรียน แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดจนได้
⚠️ วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 แม่กำลังเตรียมอาหารให้พี่ พี่นอนเฝ้าอยู่เหมือนทุกวัน คุณยายก้าวข้ามตัวพี่ที่นอนหันหลังอยู่เพื่อยื่นของให้แม่ พี่ลุกขึ้นพุ่งใส่คุณยายทันที
แม่ผลักพี่ออกและดุ ระหว่างที่แม่กำลังประคองคุณยายซึ่งตกใจจนเสียหลัก พี่กลับพุ่งซ้ำ แยกเขี้ยวเข้ามาอีก แม่จึงต้องคว้าคอเหวี่ยงพี่เข้าบ้าน ก็แรงแหละ พี่ถึงหยุด แม่แยกพี่แล้วปิดประตูไว้ ก่อนกลั บมาดูคุณยายต่อ โชคดีที่คุณยายไม่บาดเจ็บ แต่ตกใจมาก
🚨สิ่งที่ทำให้แม่รู้สึกว่า “ไม่ได้แล้ว” ไม่ใช่แค่การพุ่งครั้งแรก แต่คือแม้แม่จะห้ามแล้ว พี่ก็ยังพุ่งซ้ำ แถมตอนหัวค่ำ พี่ยังพุ่งใส่คุณน้าอีกรอบ ทั้ง ๆ ที่พฤติกรรมนี้ไม่เกิดขึ้นมาเกือบสองเดือนแล้ว นับตั้งแต่ workshop จบสายบวก รุ่น 1
🧭แม่ก็จิตตกกันเลยอีกครั้งว่าถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตอนแม่ไม่อยู่ ผลอาจรุนแรงกว่านี้ เพราะที่บ้านมีผู้สูงอายุ และเหตุการณ์เดิมอาจเกิดซ้ำได้อีก
แม่จึงตัดสินใจปรึกษาครูฝึกที่แม่ไว้ใจทันที เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ครูฝึกฟัง ครูฝึกช่วยประเมิน แล้วเราก็ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า—
ปัญหามาถึงระดับที่ทางเลือกซึ่งน่าจะช่วยได้ คงต้องส่งพี่ไปอยู่กับครูฝึกที่ศูนย์ฝึกสี่อาทิตย์
หลังจากสี่อาทิตย์พี่ปรับทัศนคติกลับมาแล้ว ก็เป็นคิวแม่กับคนที่บ้านต้องปรับทัศนคติกันบ้างค่ะ
แหมมม...หมาอุตส่าห์ไปศึกษาเล่าเรียน 🎓 พากเพียรวิชาอยู่ตั้งสี่อาทิตย์ แม่หมากับคนที่บ้านจะกลับมาทำเหมือนเดิม เดี๋ยว ยันต์กันเสือสมิงที่ครูฝึกลงไว้ให้ก็เสื่อมหมด 5555
นั่นจึงเป็นที่มาว่า หลังจากพี่กลับมา วิธีอยู่ร่วมกันของทั้งบ้านก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย การใช้วิธีร่วมกันมีขอบเขตที่ชัดขึ้นทั้งของคนและของพี่
อย่างเรื่องอาหาร 🍚 ใครอยากให้พี่กินอะไรก็ต้องเอามาใส่ “ถ้วยบริจาค” ให้แม่จัดการต่อ ซึ่งส่วนใหญ่ทิ้ง 5555 หรือบางทีก็เอามาใช้ฝึกให้ทุกคนเห็นตรงนั้นนิดหน่อย เพราะไม่อย่างนั้นพี่จะน้ำหนักเกินอี๊กกกก
อีกเรื่องคือเวลาที่แม่อาบน้ำ ฝึกโยคะ หรือออกไปข้างนอกไม่นาน พี่ต้องเข้า box ตอนแรกก็มีเสียงบ่นว่า “ทำร้ายจิตใจหมา” แม่ก็ต้องค่อย ๆ อธิบายกันไป พอทุกคนเห็นว่าพี่เข้า box แล้วนอนตุ้ย บางครั้งก็เดินเข้าไปเอง เรื่องก็จบ ไม่มีใครบ่นแล้ว
ตอนนี้แม่สบายใจขึ้นมาก เพราะรู้สึกว่าเอาอยู่เกิน 80% แล้ว โดยรวมทุกอย่างดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้แปล ว่าดีทุกวันนะ ยังมีวันที่ไม่ได้เลย วันที่พี่ดื้อมาก พี่ร้ายกาจมาก แม่ก็ต้องตั้งสติ แล้วเอากันให้จบ
แต่เมื่อมองภาพรวม มันค่อย ๆ ดีขึ้นจริง ๆ พี่ยังเป็นเด็กหัวโปรดของบ้านเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความสบายใจของทุกคนค่ะ 🧡